2008/Mar/02

ไม่ได้อัพบล๊อกประมาณชาตินึงได้

ด้วยภาระหน้าที่ ประกอบกับเริ่มงานใหม่ เวลาที่มันว่างๆเลยหายไป เพราะกลับบ้านมาก็สลบเหมือดเหมือนมนุษย์งานคนอื่นบนโลกใบนี้

แต่ก็นะ งานใหม่เราก็แนวอยู่ เพื่อนๆที่รู้จักเราก็คนจะรู้แล้วว่า เราทำงานอะไร ซึ่งใครถาม เราก็ตอบบอกไปพร้อมกับคำอธิบายยื้อยาวเกี่ยวกับงานของเรา

เราเป็น Music Designer(คำอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับตำแหน่งของเรา พี่โยเป็นคนตั้งให้) คอยจัดเพลงให้กับโรงแรมดังๆของกรุงเทพฯ และเอเซีย เพลงที่คุณได้ยินตามโรงแรมทุกวันนี้ อาจจะมาจากการเลือกของเจ้านายเรา

555+ เราก็ไม่ได้แกร่งกล้าสามารถอะไรขนาดนั้นเกี่ยวกับเรื่องเลือกเพลง แค่มีความรู้ทางด้านดนตรีมากกว่าคนอื่นหน่อย เพราะได้โอกาสกระแดะส่งตัวเองเรียนเปียนโน ซึ่งก็ง่อยๆ เรียนมา 3-4 ปี ตอนนี้ก็ยังง่อยอยู่

การที่เราได้เริ่มงานใหม่ ทำให้เราได้เจอคนใหม่ๆ เพื่อนร่วมงานใหม่ๆ ซึ่งทำให้เราแทบจะไม่เชื่อว่า จะมีบริษัทที่เป็นแบบนี้อยู่ในโลกนี้ ที่ทำงานเราอย่างกับไปโรงเรียน มีเพื่อนๆ พี่ๆ มากมาย ไปเจอไปเฮฮากัน กัดกัน แล้วกลับบ้าน พรุ่งนี้ไปใหม่

"ขอบคุณพระเจ้า"

เริ่มรู้สึกว่า เราคิดไม่ผิดที่เปลี่ยนงาน รู้สึกว่า เป็นงานที่เหมาะกับเราแล้วแหละ แต่ว่า...เรามองหาทางโตในสายงานนี้ไม่เจอ แต่ก็นะ อายุยังน้อย ชิวๆไปก่อน

งานนี้ทำให้เราได้เจอคนคนนึง เพื่อนใหม่ที่เป็นเหมือนอีกครึ่งนึงของเรา สนิทกันอย่างไว ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ คนที่ทำให้เรารู้สึกว่า ทำไมไม่เจอกันก่อนหน้านี้

มันก็เรียนที่เดียวกับเพื่อนสนิทเรา คณะเดียวกัน เอกเดียวกัน แล้วเราก็ไปหาเพื่อนเราบ่อยนะ

อาจารย์มันที่มหาวิทยาลัย เรารู้จัก 555+

มันเรียนโรงเรียนเดียวกับญาติเรา ไกล้ๆบ้านญาติเรา ซึ่งเราเข้าไปในโรงเรียนนั้นบ่อยมาก

เพื่อนมัน ก็เสมือนเพื่อนเรา ถ้ามันพูดถึงเพื่อนมันคนไหน เพื่อนของเราคนนึง จะเป็นเพื่อนกับเพื่อนมันคนนั้น ซึ่งฮามาก

เพื่อนสนิทมันคนนึง เป็นเพื่อนกับเพื่อนสนิทเรา

มันรู้จักทุกเพลงที่เรารู้

มันเล่นกีต้าร์ บ้าร้องเพลง เราเล่นเปียนโน ชอบร้องเพลงเดิมๆวนไปวนมา

เราไปงานศริสต์มาสที่โรงเรียนมันนับไม่ถ้วน มันขึ้นไปร้องเพลงในงานคริสต์มาสซะงั้น 555+

มันรู้จัก บั่นแบ๋ว เรากินบั่นแบ๋วแต่เด็ก

บ้านมันอยู่หนองคาย ส่วนเราชอบกินแหนมเนือง

มันดูดบุหรี่ กินเหล้า ส่วนเรากินเหล้าเฉยๆ(อันนี้ น่าจะไม่เกี่ยวนะ)

มันงอแง เราง้อตลอด เพื่อวะ...เพื่อ...

มันเลยกลายเป็นส่วนนึ่งของชีวิตเรา กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเพื่อนเรา เหมือนเพื่อนๆทุกคนของเรา

"ขอบคุณพระเจ้า"

มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้พิสูจน์ทฤษฎีบ้าๆบอๆของเราอันนึงที่ว่า "คนที่เราเจอ มันจะต้องมีชะตาต้องกัน" เหมือนกับว่า คนที่เราเจอตามถนนทุกวันนี้ ชาติที่แล้วคนทำอะไรร่วมกันมาก่อน ทำไมเราต้องยื่นมีไปช่วยคนนี้ ทำไมเราต้องเป็นเพื่อนกับคนนั้น ไม่ใช่คนนู้น มันต้องเป็นไอ้คนนี้คนเดียวเท่านั้น ทำไม....

ทั้งๆที่เราเชื่อว่า คนเราเกิดมาครั้งเดียว ตามศาสนาที่เรานับถือ

อยู่ไกล้กันแค่นี้ แต่เราเพิ่งจะรู้จักกัน ประหลาดมั๊ย หากันไม่เจอ เหมือนมีใบไม้ในเพลงบัง 555+

แต่เราว่า ท่าทางช่วงนี้มันดวงตก มาเจอเรามากกว่า 555+

ปล. เพื่อนๆคนอื่นอย่างอนนะ

ปล2. บิ๊กแฟนของบล๊อกเรา อย่างอนนะ เขียนถึงมึงบ่อยแล้ว แล้วมึงก็อัพได้แล้วนะ

ปล3. มีคลิปวีดีโอฉาวของเรากับคุณครูสอนเปียนโนเรามาอวดด้วย ยังไงช่วยๆทนๆดูกันด้วยนะค้า

ซ้ายบนรำลึก ขอขอบคุณ มุม Bird eyes view ที่ทำให้พวกเราหน้าตาพอดูได้บ้าง 555+

งานรับปริญญาเอแบค ทวงกันจัง เอามาลงแล้วนะ

สาว  สาว สาว

ซุปช้านนนนนนนนนนน ซะงั้น

หัวหินๆ

รูปนี้ชอบสุดๆไปเลย โปรดสังเกตๆ

คลิปฉาวววววววววววว ฟังกันแต่เสียงเปียนโนนะคะ เสียงคนร้องห่วยแตกมากๆ

edit @ 2 Mar 2008 20:38:39 by N_an

2007/Dec/27

ลั่น ล้า หลังจากรับปริญญาเสร็จ เราก่าเพื่อนสาว 2 คน ก็มุ่งตรงแอ่วเชียงให่กัน 2 คน โดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน รู้แต่ที่พักอยู่แถวท่าแพ เหอ เหอ

ณ เวลา 21.40 นาฬิกา ที่ สถานีขนส่งหมอชิต

รถสาย กรุงเทพฯ-ลำปาง แต่ไปเชียงใหม่ ก็ล้อเคลื่อนออกจากกรุงเทพฯ ดีใจกันใหญ่ เป็นครั้งแรกที่ได้ไปไหนไกลคนเดียว ตื่นเต้นๆ ก็นั่งรถไป ด่าไอ้หนังห่าอะไรไม่รู้ที่รถเค้าเปิด แม่ง อยู่ๆเปิดมาก็ภาค 2 เลย พยายามดูอยู่ สัก 30 วิ ก็เลิกสนใจ หันไปคุยก่าเพื่อนแทน คุยกับเพื่อนไป ด่าหนังเรื่องนั้นไป ทั้งกานแต่งตัว การแสดง แสง สี เสียง โดนหมด 555+ ผู้กำกับ มาได้ยินเข้า แกคนเสียใจ

ถึงเชียงใหม่ประมาณ 7 โมง ไปหาโจ๊กกินก่อน เลยไปเดินตลาด อืม ไม่มีโจ๊ก โอเค ตลาดเค้าอาจจะวายแล้ว เลยตรงดิ่งเข้าที่พัก นอนยาวถึงเที่ยง แล้วออกมากินข้าวซอย ตรงฟ่าฮ่อม ตามคำแนะนำของคุณฟร้อนที่โรงแรม จากนั้นพี่อันก็ให้แผนที่ขุมทรัพย์ให่เรามาอันนึง ชื่อ "Chiang mai Easy Walking Map" พอเรากางแผนที่ออก โอ้ว แม่เจ้า นี่แหละ ทางแทงเชียงใหม่ของเฮา เจ๋งๆๆๆๆ ดีใจมากๆๆๆๆๆ เลยวางแผน โดยที่วันนี้ เราจะเดินชมเมือง ในท่าแพก่อน แล้วเราค่อยขึ้นดอยสุเทพฯกันพรุ่งนี้

โดยวางแผนไปแอ่ววัดดังๆที่ต้องไปในเจียงใหม่กันก่อน ก็เดินๆไป เหนื่อยก็พัก สรุป เดินไป 3-4 วัด ก็หมดแรง ไปสะดุด กันร้านขายของสวยๆงามๆที่เจียงใหม่ ที่สามารถหาซื้อได้ที่กรุงเทพฯในราคาที่ถูกกว่า แต่เราก็ไม่ท้อ เดินเข้าไปในร้าน หาเรื่องเสียตังค์ 555+ ออกมาตัวเบาเชียว หมดไปกับเพื่อนคนละ 100 555+ สบายใจ

จากที่เดินระยะทางหลายๆกิโลรวมกัน ไปสะดุด กับร้านขายแผนเสียง+กาแฟ+ของแต่งบ้านร้านนึง เจ้าของร้าน ชื่อ พี่ดวงใจ เล่าให้ฟังเรื่องของแผ่นเสียงต่างๆนานาที่แกสะสมมา แล้วก็เห็นว่า ยังไงก็คงไม่ได้ฟังแล้ว เอามาขายต่อให้คนที่อยากได้มากกว่า คุยกันไปเรื่อยเปื่อย ที่สะดุด คือ ร้านแกมีแผ่น Billie Holiday ขายด้วย เราก็ กริ๊ดๆ อยากจะได้ ในราคา 3500 บาท อืม......ฝากเก็บด้วยค่ะพี่ อยากได้นะ แต่ว่า ทุนทรัพย์น้อย ก็เลยต้องตัดใจ เฮ้อ Billie จ้า ไว้กลับไปหานะ

วันต่อมา ตื่นเช้า ไปหาโจ๊กกิน อืม...ยังไม่มีอยู่ แล้วได้กินต้มเลือดหมู เคล้าเสียงอาราเร่แทน แล้วก็ขึ้นไปดอยสุเทพ ตอนอยู่ที่ตีนดอย ก็ยังวันรุ่นอยู่ พอถึงบนดอยก็แก่พอดี เหนื่อยมาก พยายามกล่อมเพื่อนให้นั่งรถราง แต่เพื่อนไม่ยอม เป็นไงหล่ะมึง ขึ้นไปนั่งแก่กันอยู่ 2 คน บนดอย พอเริ่มคืนสภาพ ก็เดินชมดอยสุเทพ สวยๆๆๆ จริงๆนะ เข้าใจแล้วว่า ทำไมต้องมา งดงามมากๆ

เสร็จแล้ว เราก็ไปสวนสัตว์เจียงใหม่เจ้า ไปดูหมีแพนด้า หมีแพนด้า หมีหมีแพนด้า น่ารักมากๆ เป็นหนึ่งในสัตว์โลกที่เราอยากกอดมากที่สุด ช่วงช่วง กับหลินฮุ่ย ไปถึง ช่วงช่วง หลับ กู เสีย 50 บาทมาดูหมีหลับ ห่ามากๆ แต่หลินฮุ่ยสิ น่ารัก พอถ่ายๆรูปอยู่ มันก็มานั่งกินน้ำแข็งตรงหน้าเลย น่ารักมากๆ แต่ก้นสกปรกไปหน่อยนะหนู

จากนั้นก็ shopping shopping และก็ shopping จนหมดไปประมาณ 3 ตูดกว่า ก็กลับโรงแรม นอน พรุ่งนี้ ตามล่าหาโจ๊กกินให้ได้  

ในที่สุดก็เจอโจ๊ก ขอขอบคุณร้านโจ๊กสมเพรช ไว้ ณ ที่นี้ด้วย แล้วก็เลยไปทัวร์กินตอนเช้าที่ Love @ first bite ร้านเค้กขึ้นชื่อของคนกรุงเทพ ที่เชียงใหม่ เลยซื้อกลับมาฝากแม่ 2 อัน

จากนั้นก็ถึงเวลากลับบ้าน กลับสู้โลกแห่งความจริง เฮ้อ....เอาน่า อยากน้อยก็หลุดออกมาจากวังวนอุบาศก์สัก 2-3 วันก็ยังดี ในที่สุด ก็ต้องกลับไปเป็นฟันเฟืองเล็กๆของสังคมต่อไป

Quote of the Day: คนเจียงใหม่ใจดี จริงๆนะ

เจ้านายหนุ่มกำยำ: ป้าๆเลือกตั้งครั้งนี้ เลือกใครหรอป้า

คุณป้าทำความสะอาดบ้าน: อ๋อ ป้าเลือก Power PP หล่ะ

เจ้านายหนุ่มกำยำ: อ้าว ทำไมหล่ะป้า

คุณป้าทำความสะอาดบ้าน: ก็เพราะเค้าให้ตังค์หน่ะ

......เอวังไปด้วยประการหล่ะฉะนี้

เจ้าพระยา ยามเย็น

วัดการ์ละหว่าน

วัดที่ประทับใจที่สุดในเจียงใหม่ เพราะโบสถ์หลังนี้แหละ

ดอยสุเทพเจ้า

บนพระธาตุ

สะท้อนพระธาตุบนแว่น

น้องข้าวปั้น หลินฮุ่ย

โคมหน้าท่าแพ

อีกที

อุโมงค์ตันไม้ที่สระบุรี

น้องยีราฟ เพิ่งรู้ว่าตัวเองกลัวยีราฟ ก็ตอนที่ไปสวนสัตว์เชียงใหม่

กุหลาบ เบ้อ เริ่ม เลย

หมดแระ

 

 

2007/Dec/17

วันที่ 12 ธันวาคน ก็เวียนมาถึง วันที่นิสิต มศว ทุกคนรอคอยมาแรมปี

วัน

วัน...

วันพระราชทานปริญญาบัตร จาก สมเด็จพระเทพฯ

ตื่นเต้นที่สุดในโลก ซ้อมทั้งหมด 3 วัน แต่ก็คาดว่าตอนรับจริง ก็ยังคงทำผิดอยู่ เหอ เหอ แต่ก็นะ เป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูล แล้วก็กับตัวเองมากมาย ก็นะ ไม่มีอะไรมาก ก็ทำผิดประจำอยุ่แล้ว

งานรับปริญญา คืองานที่เราจะได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน มารวมตัว กริ๊ก กร๊าด ถ่ายรูปกัน ความรู้สึก และบรรยากาศเก่าๆที่สมัยที่อยู่ด้วยกันที่โรงเรียนตลอดก็กลับมา รักบรรยากาศแบบนี้จริงๆ ไม่อยากให้จากไป แต่ว่าทำไงได้ ชีวิตมันก็ต้องวิ่งกันต่อไป

ก็เอารูปมาอวด ตามระเบียบ รับปริญญา บรรยากาศ ก็ไม่ต้องอะไรมาก รู้ๆกันดีอยู่ ไปดูรูปเลยดีกว่า

แดดร้อนมากมาย ก็เลยต้องใส่แว่น ทาแดดไปก่อน

คบกันอยุ่แค่นี้แหละ 555+

อันนี้ ถ่ายก่ายาย ยายเราเรียบร้อยเชียว

บอกแล้วว่า มีกัน 3 คน

อันนี้ ครบกลุ่มๆ

วันซ้อมย่อย เค้าใส่นิสิตกันหมด มีเราใส่ชุดนอก ง่า ทำไงได้ เสื้อมีตัวเดียวงิ

เพื่อนสมัยเรียน ป.6 สวยกว่าเราไปแล้ว

สาว สาว สาว(เหลือ)น้อย

บทพิสูจน์ว่า ซ้ายบน ถ่ายแล้ว สวยจริงป่าว

อีกอันๆ

พยายามป่ะหล่ะ แขนก็สั้น

พี่น้อง กิงกองก๊อย

อันนี้ ฉีด ยาเสร็จแล้ว

กับอาจารย์ พี่รี่

ถ่ายก่าวิน ไม่อยากใส่ชุดครุยเลย

ไว้แค่นี้ก่อน ไม่ไหวแระ รุปเยอะเกิ๊น ไว้มาอัพใหม่

ยังไงก็ขอขอบคุณ พ่อ-แม่-พี่-น้อง และทุกๆคนที่ลำบากมากัน แต๊งหลายๆ ขอบคุณ พ่อก่าแม่ที่ส่งเสียจนมีทุกวันนี้ ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เราเป็นเราเลย ขอบคุณมากๆค่า

Quote of the day : Thank you is not enough